02-564-4444 ต่อ 1552-4  centerforaseanstudies@gmail.com

TU-ASEAN Expo 2017

ASEAN 4.0 : Celebrate 50th Year Anniversary

 

ประเทศไทยถือเป็น 1 ใน 5 ประเทศ  ของผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียน และมีบทบาทสำคัญในกิจกรรมต่างๆ ของอาเซียนมาโดยตลอด และในช่วงปลายปี 2558 ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้ก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม  และ วัฒนธรรม  นั่นหมายความว่าจากการเป็นสมาชิกของแต่ละประเทศ  สู่การเป็นชาวอาเซียน เป็นคนในครอบครัวเดียวกันอย่างเต็มภาคภูมิ

ศูนย์อาเซียนศึกษา  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2554  ด้วยความมุ่งหวังในการเป็น คลังสมอง หรือ Think Tank ด้านอาเซียน  ในระดับภูมิภาค และระดับสากล ด้วยการจัดการคลังข้อมูลด้านอาเซียนให้สอดรับกับความต้องการของภาครัฐและเอกชนควบคู่กับการเป็นผู้นำความร่วมมือทางวิชาการ

กับสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ  และเป็นศูนย์กลางในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย  เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนที่ทันสมัย และผลักดันให้ประเทศไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังใหญ่เป็นครอบครัวอาเซียนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

อาเซียน 4.0

ประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา มีการพัฒนาเศรษฐกิจตั้งแต่ Thailand 1.0ที่เน้นภาคเกษตร มาเป็น Thailand 2.0ที่เน้นอุตสาหกรรมเบา และ Thailand 3.0ในปัจจุบัน ที่เน้นอุตสาหกรรมหนัก แต่ Thailand 3.0ต้องเผชิญกับกับดักของประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ที่ไม่อาจนำพาประเทศไปมากกว่านี้ จึงจำเป็นจะต้องมีการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงจัง และนำพาประเทศไปสู่ Thailand 4.0โดยจะต้องมีการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆที่สำคัญ ได้แก่การเปลี่ยนจากสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าที่มีนวัตกรรม การเปลี่ยนจากเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรสมัยใหม่ หรือ smart farming การเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมหนักไปสู่ภาคบริการ การเปลี่ยนจาก SME แบบดั้งเดิม ไปสู่ smart SME และ startup การเปลี่ยนจากภาคบริการแบบดั้งเดิมไปสู่ภาคบริการที่มีมูลค่าสูง และการเปลี่ยนจากแรงงานทักษะต่ำไปสู่แรงงานที่มีทักษะสูง

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยจาก 3.0ไปสู่ 4.0สิ่งที่จะต้องใส่เข้าไปคือ องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ R&D ซึ่งแต่ละเรื่องมีรายละเอียดมากมายที่ประเทศไทยจะต้องเร่งดำเนินการ ส่วนการขับเคลื่อนอาเซียน 4.0เป็นการขับเคลื่อนจากความร่วมมือกันระหว่าง 10ประเทศสมาชิกอาเซียน ที่จะเปลี่ยนจากอาเซียน 3.0เป็นอาเซียน 4.0  โดยแผนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025หรือ AEC Blueprint 2025โดยเน้นความร่วมมือทางด้านการเกษตร สุขภาพ ดิจิทัล ภาคบริการ การพัฒนา SME และแรงงาน เน้นปัจจัย R&D วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนไปสู่อาเซียน 4.0

“รศ.ดร.ประภัสสร์ เทพชาตรี” ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า  AEC Blueprint 2025คือแผนของอาเซียนที่จะร่วมมือกันในอีก 10ปีข้างหน้า  โดยเน้นความร่วมมือด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ฯลฯ เพื่อให้รู้ว่าอนาคตของอาเซียนจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าขณะนี้กำลังมีพัฒนาการที่คู่ขนานกันระหว่าง Thailand 4.0กับอาเซียน 4.0ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์อย่างมาก หากร่วมมือกับอาเซียนในด้านต่างๆดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ ความร่วมมือในกรอบอาเซียนจะเป็นอีกแรงหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยจาก Thailand 3.0ไปสู่ Thailand 4.0ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และยั่งยืน

50 ปี อาเซียน 

ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา อาเซียนมีประวัติศาสตร์ความเป็นมา มีวิวัฒนาการ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายนับตั้งแต่เหตุการณ์สงครามเย็นสู่การแข่งการทางเศรษฐกิจอันเข้มข้น จนสามารถเดินหน้าเป็น “ประชาคมอาเซียน” (ASEAN Community) ได้สำเร็จเมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปัจจุบัน อาเซียนได้พัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับ และกำลังจะผงาดขึ้นมาเป็นตัวแสดงสำคัญในเวทีภูมิภาคและเวทีโลกหลายเรื่อง และเมื่อเป็นประชาคมอาเซียนแล้ว กล่าวกันว่า อาเซียนจะทยานบินสูงขึ้นไปอีกอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับประเทศไทย อาเซียนมีความสำคัญอย่างมาก ทั้งในการเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย เป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย และเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของไทย ฯลฯ ก่อนหน้านั้นไทยมีบทบาทสำคัญมาโดยตลอดในการขับเคลื่อนอาเซียน ที่สำคัญคือ มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ตรงกลางอาเซียน ซึ่งในอนาคตไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลาง หรือเป็น hub ของประชาคมอาเซียน  รศ.ดร.ประภัสสร์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ 20 ปีหลังมานี้ อาเซียนมีความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยมีบทบาทโดดเด่นสำคัญหลายเรื่องในอาเซียน เช่น เป็นผู้เสนอการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area – AFTA)  ทำให้ไทยค้าขายกับอาเซียนได้จำนวนมากและกลายเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 25% จากการค้าขายกับทั่วโลก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% ในอนาคต

นอกจากนี้ ไทยยังเป็นผู้ผลักดันสำคัญให้ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ได้เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน ซึ่งปัจจุบัน 4 ประเทศกลุ่ม CLMV มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อไทย โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุนทางเศรษฐกิจ ทุกวันนี้ ไทยให้ความร่วมมืออย่างมากกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง และสังคมวัฒนธรรม เห็นได้จากความตื่นตัวและการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน อย่างไรก็ตามในอนาคต ไทยจะต้องมีทักษะ มียุทธศาสตร์ และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เพื่อสามารถอยู่ในประชาคมอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืน “เห็นได้ชัดว่าอาเซียนพัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับ และเกี่ยวโยงกับประเทศไทยอย่างมาก ก่อนหน้านี้มีการพูดกันว่าไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากประชาคมอาเซียน แต่วันนี้กลายเป็นว่าประเทศไหนจะได้ประโยชน์มากที่สุด คำตอบก็คือประเทศไทย เพราะไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน” รศ.ดร.ประภัสสร์ กล่าว

 

 

 

ด้วยเหตุนี้ ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  จึงเตรียมจัดงาน “TU ASEAN Expo 2017”  เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีอาเซียน ระหว่างวันที่ 23-24 มีนาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งมีกิจกรรมมากมายที่รวบรวมสาระความรู้และความบันเทิงเกี่ยวกับความเป็นอาเซียนไว้ในงานเดียวแบบครบวงจร

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ การสัมมนาทางวิชาการ “TU-ASEAN Forum” และ “TU-ASEAN International Conference 2017” โดยได้รับเกียรติจากนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิชื่อดังทั่วภูมิภาคอาเซียน มาให้ความรู้ความคิดเห็นในหัวข้อ 50 ปีอาเซียน รวมทั้งหัวข้ออาเซียน 4.0 ซึ่งนับเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียนเป็นอย่างยิ่ง

“วันนี้อาเซียนเดินทางถึง 50 ปี กำลังจะผงาดกลายเป็นองค์กรที่มีความสำคัญทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งประเทศไทยจะได้ประโยชน์มหาศาลจากการผงาดขึ้นมาของอาเซียน นี่เป็นเรื่องสำคัญที่เราอยากจัดงานนี้เพื่อให้ความรู้กับคนไทยว่า ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาอาเซียนมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประเทศไทย และจะมองต่อไปในอนาคตด้วยว่าอีก 50 ปีข้างหน้าอาเซียนจะเป็นอย่างไร และต้องทำอะไรเพื่อให้อาเซียนพัฒนา” ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย ผ่านการจัดนิทรรศการ การแสดงศิลปวัฒนธรรมอาเซียน และงานแสดงสินค้าอาเซียน พร้อมกันนี้ยังเป็นการร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีแก่ประเทศไทยและเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านงานนิทรรศการ “King of Kings” , นิทรรศการ “พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย” , นิทรรศการ“ที่ที่พ่อไป” และการแสดงศิลปะ “Sand Art for King”“ผมคาดหวังว่างานนี้จะเป็นงานที่เกี่ยวกับอาเซียนที่ทุกคนมาแล้วได้ทั้งความรู้และความบันเทิง ได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับอาเซียน โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับเรื่องอาเซียนในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา และทิศทางในอนาคต รวมถึงเรื่องอาเซียน 4.0 และพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน”                รศ.ดร.ประภัสสร์ กล่าว. 


จำนวนผู้เยี่ยมชม
376360

Online (15 minutes ago) : 49

เกี่ยวกับศูนย์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ริเริ่มตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้น ในช่วงปลายปี 2554 เพื่อเป็นกลไกหลักของการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน และเป็นศูนย์กลางในการศึกษาวิจัย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนสู่สาธารณชน รวมทั้งเป็นคลังสมองด้านอาเซียนศึกษา และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และบทบาทของไทยในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

ฝึกอบรมล่าสุด

ติดต่อเรา

ศูนย์อาเซียนศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อาคารโดมบริหาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 99 หมู่ 18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121

โทรศัพท์: 02-564-4444 ต่อ 1552-4

โทรสาร: 02-564-4444 ต่อ 1555