02-564-4444 ต่อ 1552-4  centerforaseanstudies@gmail.com

KUALA LUMPUR (Reuters) - Dissent surfaced again in the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) after Malaysia disavowed a statement issued by the bloc’s chairman, the Philippines, as misrepresenting “the reality” of an exodus of 430,000 ethnic Rohingya from Myanmar.

The grouping of 10 nations in one of the world’s fastest growing regions has long struggled to reconcile conflicting interests in tackling issues such as China’s claims over the South China Sea and the crisis facing the Muslim Rohingya. 

อ่านเพิ่มเติม...

File photo : AFP

Asean’s foreign ministers, who have gathered in New York for the UN General Assembly, have expressed their concern over the Rakhine crisis and directed their support to Aung San Suu Kyi’s government to bring peace and stability to the conflict-laden region.


 

The group condemned the militant attack against the government security forces and the acts of violence on August 25, which killed scores of people, including insurgents and officials.

The violence and the Myanmar military’s “clearance operation” have displaced more than 420,000 people, mostly Muslim Rohingya who have fled to the Bangladesh border.

In a statement issued after their meeting on Saturday (local time in New York), the Asean foreign ministers strongly urged all the parties involved to avoid actions that will further worsen the situation on the ground.They agreed that viable, long-term solutions to the root causes of the conflict must be found, including encouraging closer dialogue between Myanmar and Bangladesh, so that the affected communities can rebuild their lives.

They also underscored the importance of increased humanitarian access to the affected areas and said that assistance be given to all affected communities. 

 
 

The Asean ministers also supported Myanmar’s humanitarian relief programme.

The Asean Coordinating Centre for Humanitarian Assistance on disaster management (AHA Centre) will work with the Myanmar Government-led body, which will deliver humanitarian assistance to all displaced inhabitants without discrimination.

The foreign ministers urged Myanmar to continue to implement the recommendations of the final report of the Advisory Commission on Rakhine State led by former UN chief Kofi Annan.

They welcomed Myanmar’s establishment of a ministerial committee to implement the recommendations.

อ่านเพิ่มเติม...

รมตอาเซียน

เกษตรฯถกแผนความร่วมมือเสนอที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนเห็นชอบ 28 – 29 ก.ย.นี้

          นายเลิศวิโรจน์  โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวในโอกาสเป็นประธานการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 39 ณ โรงแรมเลอเมอริเดียน ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเตรียมการเพื่อนำเสนอประเด็นต่าง ๆ ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 39 และรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ กับรัฐมนตรีประเทศ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ครั้งท่ี่ 17 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 -29 ก.ย.นี้  ซึ่งประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเป็นรองประธาน 

 สำหรับวาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้มีหลายประเด็นที่สำคัญ  ทั้งที่เป็นการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานที่ผ่านมาของอาเซียน อาทิ  การจัดทำมาตรฐานฉลากสิ่งแวดล้อมสำหรับสินค้าปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์ของอาเซียน เพื่อส่งเสริมการค้าสินค้าปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์ระหว่างอาเซียนและตลาดโลก การจัดตั้งกลุ่มเจรจาด้านการเกษตรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  และการรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้ของอาเซียนกับประเทศจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี รวมถึงประเด็นที่ใหม่แต่ละประเทศยกขึ้นมาพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปและบรรจุเป็นวาระการประชุมในระดับรัฐมนตรีให้ความเห็นขอบ เช่น การขับเคลื่อนนโยบายประมงอาเซียนที่ไทยผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนดำเนินการร่วมกันภายใต้กลไกอาเซียน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางการประมงและความมั่นคงอาหารของประชาคมอาเซียน

 
 

          "การประชุมครั้งนี้ เราคาดหวังว่ากลุ่มอาเซียนจะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่หลากหลายของเราประเทศสมาชิกในการทำงานร่วมกัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเสริมสร้างขีดความสามารถในด้านความปลอดภัยด้านอาหารการเกษตรการประมงปศุสัตว์และป่าไม้  ซึ่งจะคำนึงถึงความจำเป็นในการประสานกิจกรรมต่างๆ ที่ต่างเห็นพ้องร่วมกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริมความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมจะเข้าถึงเกษตรกรและประชาชนของประเทศสมาชิก ในขณะเดียวกันการลงทุนในภาคเกษตรที่แข็งแกร่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการจ้างงานเพิ่มความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบและสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างยั่งยืนด้วย" นายเลิศวิโรจน์ กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

A Rohingya refugee carries firewood in a camp in Cox's Bazar, Bangladesh, on Sept 22, 2017.

A Rohingya refugee carries firewood in a camp in Cox's Bazar, Bangladesh, on Sept 22, 2017. PHOTO: REUTERS 

Asean foreign ministers have condemned "all acts of violence" in Myanmar's Rakhine state that have caused the loss of lives, destruction of homes and displacement of large numbers of people.

The ministers, in New York for the United Nations General Assembly, in a statement after their meeting on Saturday, urged all parties "to avoid actions that will further worsen the situation on the ground".

 

Hours later, Malaysia said it was disassociating itself from the Asean statement.

อ่านเพิ่มเติม...

ผู้สื่อข่าวรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาว่า ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ได้ออกแถลงการณ์ของประธานในที่ประชุมเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในรัฐยะไข่ ของพม่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ และการรับประทานอาหารค่ำร่วมกันของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่เดินทางร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 72 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น

อ่านเพิ่มเติม...

เกษตรฯพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีเกษตรอาเซียนและกลุ่มประเทศบวกสาม “AMAF” ยกระดับสินค้าเกษตรภูมิภาค-แก้ประมง IUU พร้อมขยายผลศาสตร์พระราชาแก้ปัญหาภาคเกษตรยั่งยืน

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 28 – 29 กันยายน 2560 ประเทศไทยโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (AMAF) ระหว่างวันที่ 28 – 29 ก.ย. 60 ณ จังหวัดเชียงใหม่ แบ่งเป็น 2 ช่วงการประชุม คือ 1.การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ หรือ AMAF ครั้งที่ 39 ประกอบด้วยสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งจะมีพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ก.ย. 60 โดย พล.อ ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ กับรัฐมนตรีประเทศบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี) หรือ AMAF +3 ครั้งที่ 17 ในวันที่ 29 ก.ย.นี้ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯของไทย จะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมทั้งสองการประชุมในฐานะประเทศเจ้าภาพทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมประจำปีของรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านการเกษตรและป่าไม้ของประเทศอาเซียน ประกอบด้วยสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ คือ บรูไน อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ซึ่งจะหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพตามลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษ การประชุมนี้เป็นกลไกในการติดตามผลการดำเนินงาน กำหนดนโยบาย กำหนดแนวทางการดำเนินโครงการ ให้ความเห็นชอบมาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติด้านการเกษตรต่าง ๆ ในสาขาเกษตรและป่าไม้ เพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนนำไปปรับใช้ภายในประเทศ โดยมีเป้าหมายให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีสินค้าเกษตรและอาหารที่ปลอดภัยและเพียงพอ มีความเป็นเอกภาพ ทั้งด้านการผลิตและการค้า และปรับตัวได้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย 1) ระดับรัฐมนตรีด้านการเกษตรจากอาเซียน 10 ประเทศ และจากประเทศบวกสาม ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ 2) ระดับปลัดกระทรวงและเจ้าหน้าที่อาวุโส ของทั้ง 13 ประเทศ ซึ่งจะมีการประชุมเตรียมการระหว่างวันที่ 25 – 27 ก.ย. 60 3.สำนักงานเลขาธิการอาเซียน และ คณะทำงานอาเซียน 4. องค์กรระหว่างประเทศ เช่น FAO / IRRI รวมประมาณ 400 คน

พลเอกฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ประเด็นหารือที่สำคัญในการประชุมครั้งนี้ ในด้านการเกษตร เช่น 1.การพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อการดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่จะดำเนินการในปี 2561 อาทิ การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ได้แก่ มาตรฐานพืชสวนและพืชอาหารของอาเซียน มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ค่าปริมาณสารพิษตกค้าง มาตรฐานปศุสัตว์ และมาตรฐานฮาลาล เป็นต้น 2.การพิจารณาให้ข้อเสนอแนะและให้ความเห็นชอบต่อยุทธศาสตร์ความร่วมมืออาเซียน + 3 ด้านอาหาร เกษตร และป่าไม้ 3.การพิจารณาแผนงานขององค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม หรือ APTERR ระยะต่อไป ได้แก่ การผลักดันให้ประเทศสมาชิกร่วมดำเนินงานโดยการทำสัญญาซื้อขายข้าวล่วงหน้า และแผนบริหารการเงินของสำนักเลขานุการฯ ระยะ 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2561 – 2565 4.การผลักดันและติดตามการดำเนินการตามนโยบายประมงร่วมประชาคมอาเซียน โดยฝ่ายไทยจะผลักดันและนำเสนอให้มีการขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น ส่วนในด้านป่าไม้ อาทิ การหารือแนวทางระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่า การดำเนินงานภายใต้ความร่วมมืออาเซียนด้านการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน เป็นต้น

นอกจากการหารือในเวที AMAF และ AMAF+ 3 แล้ว ยังมีการหารือระดับทวิภาคกับประเทศสมาชิก เช่น จีน ญี่ปุ่น และ กัมพูชา เพื่อหารือในประเด็นสำคัญ อาทิ 1) การขยายมูลค่าการค้า และแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรระหว่างกัน 2) ส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรและอาหารระหว่างรัฐ-เอกชน และ เอกชน-เอกชน 3) สร้างความร่วมมือด้านประมง IUU จัดแสดงนิทรรศการ แบ่งเป็น 4 โซนหลัก คือ

1.นิทรรศการ“เกษตรยั่งยืนแห่งภูมิภาคอาเซียน” ในรูปแบบการจัดนิทรรศการมีชีวิต 2.โซนนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “ศาสตร์พระราชา” เพื่อแสดงถึงพระอัจฉริยะภาพของ ร.9 และ ร.10 ในการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทย ประกอบด้วย เช่น การบริหารจัดการน้ำ ฝนหลวง และการพัฒนาดิน 3.โซนนิทรรศการ 50 ปีอาเซียน โดยนำเสนอถึงพัฒนาการของอาเซียน และผลสำเร็จจากความร่วมมือของประเทศอาเซียน และ 4.โซนนิทรรศการและผลงานด้านการเกษตรของไทย เช่น การแก้ไขปัญหาการทำประมงอย่างยืนของไทย รวมถึงการจัดกิจกรรมการนำคณะศึกษาดูงาน ณ ศูนย์พัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ วันที่ 30 ก.ย. 60 เพื่อเผยแพร่โครงการในพระราชดำริของพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชในการแก้ปัญหา และพัฒนาภาคเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทย

“การประชุมครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลให้ไทยสามารถผลักดันนโยบายที่สำคัญของประเทศเข้าสู่การประชุมอาเซียน ได้แก่ นโยบายประมงร่วมประชาคมอาเซียน และการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชของไทย พร้อมทั้งยังได้แสดงศักยภาพและบทบาทการเป็นผู้นำด้านการเกษตรของไทยให้ประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมรับทราบและให้การยอมรับ และช่วยเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ด้านเกษตรและป่าไม้กับประเทศอาเซียน และประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้อีกด้วย” พลเอกฉัตรชัย กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...
จำนวนผู้เยี่ยมชม
581528

Online (15 minutes ago) : 19

เกี่ยวกับศูนย์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ริเริ่มตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้น ในช่วงปลายปี 2554 เพื่อเป็นกลไกหลักของการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน และเป็นศูนย์กลางในการศึกษาวิจัย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนสู่สาธารณชน รวมทั้งเป็นคลังสมองด้านอาเซียนศึกษา และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และบทบาทของไทยในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

ฝึกอบรมล่าสุด

ติดต่อเรา

ศูนย์อาเซียนศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อาคารโดมบริหาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 99 หมู่ 18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121

โทรศัพท์: 02-564-4444 ต่อ 1552-4

โทรสาร: 02-564-4444 ต่อ 1555