02-564-4444 ต่อ 1552-4  centerforaseanstudies@gmail.com

การประชุมเชิงวิชาการ หัวข้อ “การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ครั้งที่ 3: Roadmap สู่ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน” วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 ณ ห้องราชดำเนิน โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง

มีผู้เข้าร่วมประชุม: ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิจัย และนักวิชาการ จำนวนประมาณ 80 คน

สรุปผลการประชุม: การประชุม แบ่งประเด็นการ ระดมสมองออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้า เป็นการระดมสมอง ว่าแต่ละหน่วยงานทำอะไรบ้างเกี่ยวกับอาเซียน ส่วนใน ช่วงบ่าย เป็นการระดมสมองร่วมกันทำ SWOT Analysis วิเคราะห์ผลกระทบของ ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม อาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community - ASCC) ต่อไทย ต่อหน่วยงาน รวมถึงจุดแข็ง จุดอ่อนของไทย และ หน่วยงานต่างๆ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์และ Roadmap สู่ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ในช่วงบ่าย เป็นการระดมสมองร่วมกันทำ SWOT Analysis วิเคราะห์ผลกระทบของ ASCC ต่อไทย ต่อหน่วยงาน รวมถึงจุดแข็ง จุดอ่อนของไทยและหน่วยงานต่างๆ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์และ Roadmap สู่ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน มีรายละเอียดดังนี้

ข้อ A: การพัฒนามนุษย์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

กระทรวงศึกษาธิการ: มองว่าคุณภาพการศึกษาของ เรายังไม่ดีพอ และมีระดับการพัฒนาเด็กของโรงเรียนในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตามท้องถิ่นและชนบท ต่างกันมาก ถ้าถามว่าเราแข่งกับอาเซียนได้หรือไม่ เด็กในกรุงเทพ ในส่วนกลางเราน่าจะแข่งได้ แต่ตาม ต่างจังหวัดยังพัฒนาไม่ถึงขั้น

สถาบันวิจัยแห่งชาติ: จริงๆ แล้วระบบการศึกษาของเราไม่ได้ล้มเหลว แต่เราไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่า เราอยากให้เด็กของเราเป็นอะไร จึงทำให้เราไม่มี Roadmap ฯลฯ

ข้อ B: การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข: ด้านสุขภาพจิตนั้นจะใช้คำว่าเป็นผู้นำก็ไม่ได้ เราก็ก้าวหน้า กว่าประเทศในอาเซียนค่อนข้างมาก ที่มีฝีมือทัดเทียมกันก็จะเป็นสิงคโปร์ สิ่งที่เราเด่นที่สุดก็คือ เรื่องสุขภาพจิต ชุมชน คือเรามีการฝึกคนในพื้นที่ให้สามารถที่จะพอวินิจฉัยโรค เพื่อสามารถลดจำนวนความต้องการบุคลากร ที่เป็น Professionalในพื้นที่ที่ห่างไกลได้ และตอนนี้เราก็ให้การฝึกอบรมกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน และ ประเทศจีน วิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์

มหาวิทยาลัยรังสิต: ที่เราจะเป็น ศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีถ้าเรามองในมิติว่า เราจะได้เงินเข้ามาประเทศจากการที่เป็นศูนย์กลางใน การรักษาโรคต่างๆ แต่ถ้าเราจะวิเคราะห์ SWOT analysis เราก็ต้องวิเคราะห์อย่างรอบด้านว่าจริงๆ แล้วเราไป มุ่งเน้นอยู่ที่การจะเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ จนละเลยบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุขหรือเปล่า ฯลฯ

ข้อ C: ความยุติธรรมและสิทธิ

สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์: ทางกระทรวงฯ ได้ทำเรื่อง ส่งเสริมความคุ้มครองทางสังคมให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ทำเรื่องสวัสดิการสังคมถ้วนหน้า และส่งเสริม ศักยภาพคนพิการ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์: ผลกระทบ เชิงลบจากการเป็น ASCC คือ การละเลยวัฒนธรรมชุมชน และผู้ด้อยโอกาสในสังคมอาจถูกมองข้าม เกิดปัญหาสังคมมากขึ้น เช่น ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ฯลฯ ฯลฯ

ข้อ D: ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม กรมพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: ผลกระทบเชิงบวกของการเป็น ASCC ได้แก่ 1) การมีเครือข่ายเฝ้าระวังการทำลายสิ่งแวดล้อม 2) การทำ Sharing Stock 3) เพิ่มอำนาจต่อรองในเวทีโลก 4) เพิ่มความรู้ด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ส่วนด้านลบ ได้แก่ 1) การลักลอบใช้ทรัพยากรมากขึ้น 2) ประชาชนไทยขาดความรู้ 3) กฏหมายไทยยังไม่ครอบคลุม 4) บุคลากรที่ ทำงานด้านนี้ของไทยมีน้อย ฯลฯ

ข้อ E: การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม: ความท้าทายของเราอย่างแรกคือ การรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น ได้อย่างไร สิ่งที่กระทรวงฯ พยายามทำคือ ระดมทรัพยากรที่เรามีเพื่อเอาไปแชร์กับอาเซียนว่าเรามีอะไร เพื่อให้เป็น เจ้าของร่วมกันและแบ่งปันกัน

คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์: นอกจากเราจะแสวงหาความร่วมมือระหว่างกัน ในด้านวัฒนธรรมแล้ว อยากให้รัฐบาลมีวิธีการป้องกันปัญหาที่ตามมาจากเรื่องความแตกต่างกันทาง วัฒนธรรมด้วย ฯลฯ

ในช่วงเช้านั้น ผู้แทนจากหน่วยงานภาคส่วน ต่างๆ ได้ร่วมกันระดมสมองว่าแต่ละหน่วยงานทำอะไร บ้างเกี่ยวกับอาเซียน ไว้ดังนี้

สำนักงานปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์: ในฐานะที่เป็นแกนหลักของ ASCC จึงมีคณะกรรมการขับเคลื่อนเสาแล้วมีการประชุมเป็นระยะๆ เพื่อติดตามความคืบหน้า และจัดทำ รายงานความคืบหน้าของเสา โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการศึกษาผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากการรวมตัว เป็นประชาคมอาเซียน โครงการอาเซียนภาคประชาชน โครงการพัฒนาทักษะภาษาข้าราชการ โครงการ ทางด้านสวัสดิการสังคมของกลุ่มเป้าหมาย และมีโครงการที่ทำร่วมกับประเทศอาเซียนได้แก่ โครงการด้าน ผู้พิการ และมีโครงการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนดำเนินงานของกระทรวงฯ

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์: มีการทำแผนให้ความรู้เกี่ยวดับอาเซียนกับทั้ง 3 ส่วน คือ ข้าราชการและพนักงานของกรมฯ เครือข่ายในพื้นที่ และเครือข่าย กลุ่มเป้าหมาย และทำโครงการลงพื้นที่ตามนโยบายของกระทรวงฯ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี: มีโครงการประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ของประเทศไทยงบประมาณ 500 ล้านบาท มีแผนอาเซียน 4 ปี และโครงการอืนๆ เช่น โครงการศูนย์ข้อมูลข่าวสารสู่สากล

สำนักปลัดกระทรวงวัฒนธรรม: ในเรื่องของการสร้างอัตลักษณ์อาเซียน มีโครงการพัฒนาความ ร่วมมือทางศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของกลุ่มประเทศอาเซียน โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม โครงการสร้างความตระหนักเรื่องเสาสังคมและวัฒนธรรม โครงการเขียนแผ่นดินสุวรรณภูมิ และมีการจัดทำ แผนยุทธศาสตร์เข้าสู่ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในปี 2558

สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ: มีคณะอนุกรรมการสภาการศึกษามีหน้าที่ทำ นโยบายและแผนต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และการจัดอบรมข้าราชการในหน่วยงานในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่อาเซียน

คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: มีการเตรียมครูก่อนประจำการคือนิสิตคณะครุศาสตร์ คือ การพัฒนาหลักสูตรที่เตรียมความพร้อมนิสิตก่อนเรียนจบ และมีการพัฒนาบุคลากรภายใน พัฒนาครูประจำการ ในโครงการต่างๆ ศูนย์สุขภาพจิตระหว่างประเทศ

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข: ได้รับแต่งตั้งจากสำนักงาน เลขาธิการอาเซียนให้เป็น ASEAN Mental Health Coordinating Office รับผิดชอบใน Task Force ทำงานด้าน Mental Health

กองอาเซียน สำนักนโยบายและแผนกลาโหม กระทรวงกลาโหม: งานหลักที่ทำในกรอบ ASCC คือ การบรรเทาภัยพิบัติและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีการประชุมหลักคือ การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน

สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย: กำลังร่างแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ และมีการจัดตั้ง คณะกรรมการเตรียมความพร้อมอีก 4 คณะ ได้แก่ คณะทำงานการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร คณะ ทำงานด้านการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจ คณะทำงานด้านระเบียบกฏหมาย และคณะทำงานด้าน การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในภาพรวม

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: เกี่ยวข้องกับเรื่อง Sustainable Environment ใน แผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน หรือ ASCC Blueprint ทำเรื่องสร้างจิตสำนึกในภาคประชาชน การถ่ายทอดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแลกเปลี่ยน ภูมิปัญญาในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในภูมิภาคอาเซียน และสุดท้ายคือเรื่องการแก้ปัญหาหมอกควัน ข้ามพรมแดน ฯลฯ

การประชุมในครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของศูนย์ฯ ในการเป็นเวที พบปะหารือที่สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และข้อเสนอแนะในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประชาคมสังคมและวัฒนธรรม อาเซียนได้อย่างบูรณาการ และสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการจัดทำ Roadmap สู่ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนต่อไป 

อ่านหนังสือสรุปการประชุม ที่นี่

ภาพบรรยากาศ


จำนวนผู้เยี่ยมชม
630175

Online (15 minutes ago) : 24

เกี่ยวกับศูนย์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ริเริ่มตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้น ในช่วงปลายปี 2554 เพื่อเป็นกลไกหลักของการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน และเป็นศูนย์กลางในการศึกษาวิจัย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนสู่สาธารณชน รวมทั้งเป็นคลังสมองด้านอาเซียนศึกษา และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และบทบาทของไทยในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

ฝึกอบรมล่าสุด

ติดต่อเรา

ศูนย์อาเซียนศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อาคารโดมบริหาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 99 หมู่ 18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121

โทรศัพท์: 02-564-4444 ต่อ 1552-4

โทรสาร: 02-564-4444 ต่อ 1555