02-564-4444 ต่อ 1552-4  centerforaseanstudies@gmail.com

การประชุมเชิงวิชาการเพื่อสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษาในส่วนกลาง หัวข้อ “การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน” วันที่ 20 มีนาคม 2556 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ โรงแรม รอยัล ซิตี้ กรุงเทพฯ 

มีผู้เข้าร่วมประชุม: ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และประชาสังคม ที่ทำงาน เกี่ยวกับอาเซียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 90 คน

สรุปผลการประชุม: การประชุมแบ่งออกเป็น 2 วาระ

โดยวาระที่ 1 เป็นการนำเสนอกิจกรรมและ/หรือ แผนงานในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ทราบถึง การทำงานด้านอาเซียนของหน่วยงานอื่นๆ และวาระที่ 2 เป็นการหารือระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้าง เครือข่ายอาเซียนศึกษา

วาระที่ 1: หน่วยงานต่างๆ ได้นำเสนอต่อที่ประชุมเกี่ยวกับกิจกรรมที่ได้ทำมาและ/หรือแผนงานที่วางไว้ สำหรับการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนในกรอบที่เกี่ยวข้องกับภาระงานของตน การนำเสนอในวาระนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานได้มีโอกาสเรียนรู้ ทำความรู้จักกับงานของหน่วยงานอื่นๆ อันจะนำไปสู่ ความร่วมมือในลักษณะเครือข่ายด้านอาเซียนต่อไป

สำหรับกิจกรรมหรือแผนงานด้านการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของหน่วยงานต่างๆ ที่เข้า ร่วมประชุมในวันนี้ สามารถจัดหมวดหมู่ได้เป็น 3 ลักษณะหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่ 1) กิจกรรมเชิงสถาบัน/กลไก ของรัฐ 2) การพัฒนาศักยภาพของหน่วยงาน 3) การส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องอาเซียนแก่ประชาชน

1) กิจกรรมเชิงสถาบัน/กลไกของรัฐ: หน่วยงานภาครัฐต่างๆ ได้ดำเนินกิจกรรมเชิง สถาบันเพื่อขับเคลื่อนการรวมตัวเป็นประชาคม อาเซียน อาทิ การจัดประชุมและเข้าร่วมประชุม ระดับอาเซียนโดยเจ้าหน้าที่รัฐระดับต่างๆ ใน หัวข้อที่เกี่ยวกับภาระงานด้านอาเซียนที่ได้รับ มอบหมายจากรัฐบาล การปรับปรุงแก้ไข กฎระเบียบต่างๆ ที่บังคับใช้ภายในประเทศให้ สอดคล้องกับข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกันในอาเซียน

2) การพัฒนาศักยภาพของหน่วยงาน: สามารถกล่าวได้ว่าทุกหน่วยงานที่มาร่วมประชุม ต่างก็มีความตื่นตัว ในเรื่องการรวมตัวเป็น ประชาคมอาเซียนอย่างมาก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษาต่างก็มีกิจกรรม และแผนงานที่ส่งเสริมให้บุคลากรในหน่วยงานของตนเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนและประเทศ เพื่อนบ้าน เพิ่มพูนทักษะด้าน ภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาประเทศเพื่อนบ้าน และส่งเสริม ทัศนคติที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้านและการรวมกลุ่มเป็นประชาคมอาเซียน นอกจากนี้ หลายหน่วยงานยังได้ปรับ แผนการทำงานองค์กรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการเข้าสู่ประชาคม อาเซียนในอนาคตอันใกล้อีกด้วย เช่น การปรับโครงสร้างองค์กรให้มีผู้รับผิดชอบเรื่องอาเซียนโดยตรง การขยาย ความร่วมมือออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น

3) การส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องอาเซียนแก่ประชาชน: หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมต่างก็ตระหนักถึงผลกระทบอันเกิดจากการรวมตัวเป็นประชาคมที่อาจเกิดขึ้นกับ ประชาชนในประเทศ กิจกรรมหลักอีกประการหนึ่งจึงเป็นเรื่องการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ ประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมอาเซียน เพื่อส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้านและการรวมตัวเป็น ประชาคม กิจกรรมในลักษณะนี้ยังรวมถึงการให้บริการความรู้แก่ประชาชน/ชุมชน ในรูปของการอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน การสอนภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาประเทศเพื่อนบ้าน

แม้จะเป็นนิมิตหมายอันดีที่หน่วยงานทุกภาคส่วนตื่นตัวในเรื่องอาเซียนอย่างมาก แต่ที่ประชุมก็ได้ กล่าวถึงปัญหาที่เป็นอุปสรรคสำหรับประเทศไทยในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนด้วยเช่นกัน กล่าวคือ การขาดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารของชาวไทย ซึ่งถือว่าน่ากังวลและต้องเร่งแก้ไขและพัฒนา อย่างเป็นระบบ ปัญหาที่ประชาชนทั่วไปเข้าไม่ถึงแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านเกี่ยวกับการรวมตัวเป็น ประชาคมอาเซียนและผลกระทบที่อาจเกิดตามมา ทำให้ประชาชนบางส่วนมีทัศนคติด้านลบต่อการรวมตัวเป็น ประชาคมและขาดโอกาสในการเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสมเพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

วาระที่ 2: ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้นำเสนอต่อที่ประชุมถึงหลักการ และเหตุผลในการสร้างเครือข่ายอาเซียนศึกษาว่า ในระยะ 2-3 ปีมานี้ หน่วยงานทุกภาคส่วนตื่นตัวอย่างมากใน เรื่องอาเซียน แต่การทำงานด้านอาเซียนของหน่วยงานเหล่านี้ยังขาดความเชื่อมโยงด้านข้อมูลและความร่วมมือ ระหว่างกัน ศูนย์อาเซียนศึกษาจึงมุ่งหวังที่จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จากหน่วยงาน ต่างๆ ในลักษณะของการสร้างเครือข่าย โดยศูนย์ฯ จะเน้นการสร้างเครือข่ายนักวิชาการและสถาบันวิจัยใน ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และสถาบันต่างๆ ในการทำวิจัยเรื่องอาเซียน โดยในเบื้องต้นจะเน้นที่การรวบรวมข้อมูลเพื่อแบ่งปันและให้ภาคส่วนต่างๆ สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้เป็นลำดับแรก ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ซึ่งล้วนน่าสนใจและเป็นประโยชน์ยิ่ง ต่อข้อเสนอในการสร้างเครือข่ายอาเซียนศึกษา รายละเอียดโดยสังเขปดังต่อไปนี้

- สำนักปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กล่าวถึง สำนักงานคณะกรรมการนโยบาย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ซึ่งทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศด้าน เป้าหมายยุทธศาสตร์ของประเทศ มีการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานอยู่แล้ว ดังนั้น หากหน่วยงานใดสนใจ การทำงานแบบบูรณาการ ทาง สวทน. ยินดีให้การสนับสนุน

- กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สนใจการทำหน้าที่เป็นสถาบันวิจัยของศูนย์ฯ เนื่องจากงานด้าน สิ่งแวดล้อมซึ่งกรมฯ ดำเนินการอยู่ยังคงต้องการงานวิจัยที่รอบด้านมาสนับสนุน หากมหาวิทยาลัยสามารถทำ หน้าที่เชื่อมระหว่างภาครัฐกับประชาชนที่ให้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายด้วยก็จะเป็นการดี

- สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย แสดงความกังวลว่าเครือข่ายด้าน ข้อมูลที่จะเกิดขึ้นอาจจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม ไม่ได้ลงไปถึงประชาชนในระดับรากหญ้า

- คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม นิด้า เสนอให้จัดทำฐานข้อมูลที่ครบถ้วนภายในแหล่งเดียว มีการจัดหมวดหมู่ข้อมูลชัดเจน มีการเชื่อมโยงต่อไปยังแหล่งข้อมูลงานวิจัยที่ทางศูนย์ยังไม่ครอบคลุม

- สภาหอการค้า ยินดีร่วมมือ และแสดงความเห็นว่าการตั้งเป้าเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลทั้ง 3 เสา ของประชาคมอาเซียนนั้นมีขอบเขตกว้างมาก สอดคล้องกับความเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมท่านหนึ่งเรื่องการจัด หมวดหมู่ข้อมูลให้กระชับและจัดการได้

- กรมประชาสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากมุมมองของสื่อว่า ถ้าแหล่งข้อมูลเป็นวิชาการเกินไป นำเสนอข้อมูลด้วยภาษาที่เข้าใจยาก คนทั่วไปจะเข้าไม่ถึงหรืออาจไม่สนใจเข้าไปอ่าน ดังนั้นหน่วยที่ดูแลด้านสื่อ ควรทำหน้าที่แปลงข้อมูลเหล่านี้ให้เข้าใจง่ายขึ้น เพื่อถ่ายทอดให้ประชาชนได้รับรู้ต่อไป ซึ่งขณะนี้มีหลาย หน่วยงานของสื่อได้ดำเนินการเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว - ฯลฯ

ที่ประชุมได้สรุปว่า จะเดินหน้าดำเนินการสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษาต่อไป และจะมีการแจ้งให้ หน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุมในเวทีดังกล่าวทราบความคืบหน้าในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งการประชุม ในครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของศูนย์ฯ ในการเป็นเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เกี่ยวกับการทำงานด้านอาเซียนของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งการระดมความเห็นเกี่ยวกับการสร้างเครือข่าย อาเซียนศึกษา ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หวังว่ากิจกรรมเหล่านี้จะช่วยปูทางไปสู่การทำงาน ที่รอบด้านและมีความเชื่อมโยงระหว่างภาคส่วนต่างๆ ของประเทศไทยในการเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ต่อไปในอนาคต

อ่านหนังสือสรุปการประชุม ที่นี่

ภาพบรรยากาศ

 


จำนวนผู้เยี่ยมชม
596244

Online (15 minutes ago) : 48

เกี่ยวกับศูนย์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ริเริ่มตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้น ในช่วงปลายปี 2554 เพื่อเป็นกลไกหลักของการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน และเป็นศูนย์กลางในการศึกษาวิจัย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนสู่สาธารณชน รวมทั้งเป็นคลังสมองด้านอาเซียนศึกษา และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และบทบาทของไทยในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

ฝึกอบรมล่าสุด

ติดต่อเรา

ศูนย์อาเซียนศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อาคารโดมบริหาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 99 หมู่ 18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121

โทรศัพท์: 02-564-4444 ต่อ 1552-4

โทรสาร: 02-564-4444 ต่อ 1555