02-564-4444 ต่อ 1552-4  centerforaseanstudies@gmail.com

การประชุมเชิงวิชาการเพื่อสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษาในภาคเหนือ หัวข้อ “เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน”วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2556 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ จังหวัดเชียงใหม่

         ผู้เข้าร่วมการประชุม : ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันศึกษา และประชาคมสังคม ที่ทำงานเกี่ยวกับอาเซียน จำนวน 100 คน

      สรุปผลการประชุม :การประชุมแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ การสัมมนาช่วงที่ 1 เป็นการนำเสนอกิจกรรม/หรือแผนงานในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ทราบถึงการทำงานด้านอาเซียนของหน่วยงานอื่นๆ และช่วงที่ 2 เป็นการหารือและระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษา

         การสัมมนาช่วงที่ 1:หน่วยงานต่างๆ ได้นำเสนอต่อที่ประชุมเกี่ยวกับกิจกรรมที่ได้ทำมาและ/หรือแผนงานที่วางไว้สำหรับการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ในกรอบที่เกี่ยวข้องกับภาระงานของตน การนำเสนอในวาระนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานได้มีโอกาสเรียนรู้ ทำความรู้จักกับงานของหน่วยงานอื่นๆ อันจะนำไปสู่ความร่วมมือในลักษณะเครือข่ายด้านอาเซียนต่อไป

      สำหรับกิจกรรมหรือแผนงานด้านการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของหน่วยงานต่างๆ ในภาคเหนือที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ สามารถจัดหมวดหมู่ได้เป็น 3 ลักษณะหลักๆ ได้แก่

      1) การพัฒนาศักยภาพภายในหน่วยงาน 

      2) การส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องอาเซียนแก่ประชาชน และ

3) การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน

      1) การพัฒนาศักยภาพของหน่วยงาน: หน่วยงานที่มาร่วมประชุมนี้ต่างก็ให้ความสำคัญในเรื่องการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนอย่างมาก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษาต่างก็มีกิจกรรมและแผนงานที่ส่งเสริมให้บุคลากรในหน่วยงานของตนเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนและประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มพูนทักษะด้านภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ หลายหน่วยงานยังได้ปรับแผนการทำงานองค์กรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอันเนื่องมากจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคตอันใกล้ชิดอีกด้วย เช่น การปรับโครงสร้างองค์การให้มีผู้รับผิดชอบเรื่องอาเซียนโดยตรง เช่น การจัดตั้งศูนย์อาเซียนภายในหน่วยงาน

      2) การส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องอาเซียนแก่ประชาชน: หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาคมสังคมต่างก็ตระหนักถึงผลกระทบอันเกิดจากการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในประเทศ กิจกรรมหลักอีกประการหนึ่งจึงเป็นเรื่องการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมอาเซียน เพื่อส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้านและการรวมตัวเป็นประชาคม กิจกรรมในลักษณะนี้ยังรวมถึงการให้บริการความรู้แก่ประชาชน/ชุมชน ในรูปแบบของการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน การสอนภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาประเทศเพื่อนบ้าน

  3) การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน: หน่วยงานต่างๆ ภายในประเทศไทยต่างก็ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน จึงได้มีการขยายความร่วมมือออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น เช่น ทำบันทึกความเข้าใจระหว่างหน่วยงานในไทยและอาเซียน เพื่อร่วมมือกันทำงานหรือแก้ปัญหาในประเด็นที่สำคัญ รวมถึงการแลกเปลี่ยนและการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในประเทศและอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนระหว่างกัน นอกจากนี้ การสร้างความเชื่อมโยงในระดับประชาชนก็เป็นสิ่งที่หน่วยงานต่างๆ ให้ความสนใจ เช่น การทอดผ้าป่าสามัคคี ณ ประเทศเมียนมาร์ หรือ ลาว เป็นต้น

  นอกจากนี้ ที่ประชุมได้กล่าวถึงปัญหาที่เป็นอุปสรรคสำหรับประเทศไทยในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนด้วยกันเช่นกัน กล่าวคือ การขาดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารของชาวไทยปัญหาที่ประชาชนทั่วไปเข้าไม่ถึงแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านเกี่ยวกับการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนและผลกระทบที่อาจเกิดตามมา ทำให้ประชาชนบางส่วนมีทัศนคติด้านลบต่อการรวมตัวเป็นประชาคมและขาดโอกาสในการเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสมเพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

                   การสัมมนาช่วงที่ 2:ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้นำเสนอต่อที่ประชุมถึงหลักการและเหตุผลในการสร้างเครือข่ายอาเซียนศึกษาว่า ในระยะ 2-3 ปีมานี้ หน่วยงานทุกภาคส่วนตื่นตัวอย่างมากในเรื่องอาเซียน แต่การทำงานด้านอาเซียนของหน่วยงานเหล่านี้ยังขาดความเชื่อมโยงด้านข้อมูลและความร่วมมือระหว่างกัน ศูนย์อาเซียนศึกษาจึงมุ่งหวังที่จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จากหน่วยงานต่างๆ ในลักษณะของการสร้างเครือข่าย โดยศูนย์ฯ จะเน้นการสร้างเครือข่ายนักวิชาการและสถาบันวิจัยในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และสถาบันต่างๆ ในการทำวิจัยเรื่องอาเซียน โดยการประชุมในช่วงบ่ายนี้ เป็นการเพื่อหารือถึงความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมต่อภาพรวมชองเครือข่ายในภาคเหนือว่าจะมีรูปแบบใดบ้าง หน่วยงานใดจะเป็นแม่ข่าย แผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เป็นอย่างไร เป็นต้น ซึ่งที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ซึ่งล้วนน่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างเครือข่ายอาเซียนศึกษา รายละเอียดโดยสังเขปดังต่อไปนี้

                   ผู้แทนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย: การจัดตั้งเครือข่ายควรมีเป้าหมายร่วมกันชัดเจน เป็นเครือข่ายที่ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย มีการทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ การจัดฝึกอบรม งานวิจัยที่เป็นบริบท พื้นที่เฉพาะภาคเหนือหรือล้านนา ให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลกันได้ เนื่องจากแต่ละองค์กรต่างมีเว็บไซต์อยู่แล้ว โดยอาจจะเพิ่มหัวข้อด้านอาเซียนขึ้นมา

                   ผู้แทนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่:มองว่าแต่ละหน่วยงานต่างมีข้อจำกัดในทรัพยากรที่มีอยู่ ดังนั้นการทำกิจกรรมที่หลากหลายด้านหน่วยงานตนเองจะค่อนข้างลำบาก จึงควรมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกัน ให้มีการแลกเปลี่ยนบุคลากรหรือคณาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญกันได้ นอกจากจะช่วยให้ประหยัดแล้ว ยังเป็นการสร้างศักยภาพที่มากกว่าด้วย

                   ผู้แทนสำนักงานแรงงานจังหวัดลำปาง:เสนออีกทางเลือกหนึ่งในการแลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างเครือข่ายคือผ่านทางอีเมล์

          ผู้แทนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง: การที่ทุกหน่วยงานต้องประสานงานกันเองนั้นค่อนข้างยาก จึงเสนอให้มีศูนย์ประสานงานในแต่ละจังหวัด โดยให้ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นเครือข่ายใหญ่ เป็นผู้ประสานงานในการจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับอาเซียนในจังหวัดต่างๆ โดยจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกันของแต่ละจังหวัด ซึ่งผู้แทนของแต่ละจังหวัดก็จะเป็นเครือข่ายในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ อีกทีหนึ่ง

          ผู้แทนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่: เสนอให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางเครือข่ายอาเซียนศึกษาในภาคเหนือ ในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้งอาจจะขอใช้สถานที่ของทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

          ผู้แทนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่: จะขอนำเรียนท่านรองอธิการบดีเรื่องการเป็นแม่ข่ายของภาคเหนือ ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีดำริจะจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางฐานข้อมูลของแต่ละหน่วยงานในมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว ซึ่งมองว่าหากจัดตั้งศูนย์นี้ขึ้นมาแล้ว ก็จะเป็นเครือข่ายเป็นศูนย์ข้อมูลกันได้ฯลฯ

         ที่ประชุมได้สรุปว่า การสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษาในภาคเหนือนั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่   ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศูนย์อาเซียนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง จะช่วยกันเป็นแม่ข่าย โดยมีศูนย์ประสานงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยกิจกรรมของเครือข่ายนั้น จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทาง web link ของหน่วยงานในเครือข่าย หรือทาง e-mail และอาจมีการจัดทำฐานข้อมูลในลักษณะนามานุกรม (directory) ของหน่วยงานต่างๆ ที่ทำเรื่องอาเซียน มีทั้งข้อมูลบุคคลที่เป็นตัวหลักของแต่ละหน่วยงาน และรายชื่อบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านอาเซียน ในโอกาสต่อไป  การประชุมในครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของศูนย์ฯ ในการเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานด้านอาเซียนของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการสร้างเครือข่ายอาเซียนศึกษาในภาคเหนือ ศูนย์อาเซียนศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หวังว่าความร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยปูทางไปสู่การทำงานที่รอบด้านและมีความเชื่อมโยงระหว่างภาคส่วนต่างๆ ของประเทศไทยในการเตรียมสู่ประชาคมอาเซียนต่อไปในอนาคต

 

อ่านหนังสือสรุปการประชุม ที่นี่

 

ภาพบรรยากาศ

 


จำนวนผู้เยี่ยมชม
630212

Online (15 minutes ago) : 25

เกี่ยวกับศูนย์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ริเริ่มตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้น ในช่วงปลายปี 2554 เพื่อเป็นกลไกหลักของการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน และเป็นศูนย์กลางในการศึกษาวิจัย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนสู่สาธารณชน รวมทั้งเป็นคลังสมองด้านอาเซียนศึกษา และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และบทบาทของไทยในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

ฝึกอบรมล่าสุด

ติดต่อเรา

ศูนย์อาเซียนศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อาคารโดมบริหาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 99 หมู่ 18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121

โทรศัพท์: 02-564-4444 ต่อ 1552-4

โทรสาร: 02-564-4444 ต่อ 1555