02-564-4444 ต่อ 1552-4  centerforaseanstudies@gmail.com

การประชุมเชิงวิชาการเพื่อสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หัวข้อ “เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน” เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2556 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ โรงแรมพูลแมน ขอนแก่นราชาออร์คิด จังหวัดขอนแก่น

           ผู้เข้าร่วมการประชุม:ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันศึกษา และประชาคมสังคม ที่ทำงานเกี่ยวกับอาเซียน จำนวน 100 คน

           สรุปผลการประชุม: การประชุมแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 เป็นการนำเสนอกิจกรรมและหารือแผนงานในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ทราบถึงการทำงานด้านอาเซียนของหน่วยงานอื่นๆ และช่วงที่ 2 เป็นการหารือและระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษา

          การสัมมนาช่วงที่ 1: หน่วยงานต่างๆ ได้นำเสนอต่อที่ประชุมเกี่ยวกับกิจกรรมที่ได้ทำมาและแผนงานที่วางไว้สำหรับการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนในกรอบที่เกี่ยวข้องกับภาระงานของตน การนำเสนอในวาระนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานได้มีโอกาสเรียนรู้ ทำความรู้จักกับงานของหน่วยงานอื่นๆ อันจะนำไปสู่ความร่วมมือในลักษณะเครือข่ายด้านอาเซียนต่อไป

          สำหรับกิจกรรมหรือแผนงานด้านการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของหน่วยงานต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ สามารถจัดหมวดหมู่ได้เป็น 3 ลักษณะหลักๆ ได้แก่

1) กิจกรรมของสถาบัน หรือกลไกของรัฐ 

2) การพัฒนาศักยภาพในหน่วยงาน 

3) การส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องอาเซียนแก่ประชาชน

          1) กิจกรรมเชิงสถาบัน หรือกลไกของรัฐ:หน่วยงานภาครัฐต่างๆ ได้ดำเนินกิจกกรมเชิงสถาบันเพื่อขับเคลื่อนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน อาทิ การจัดตั้งคณะทำงานในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนขององค์กรบริหารส่วนภูมิภาค รวมถึงการจัดการประชุมและเข้าร่วมประชุมระดับอาเซียนโดยเจ้าหน้าที่รัฐระดับต่างๆ ในหัวข้อที่เกี่ยวกับภาระงานด้านอาเซียนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล

              2) การพัฒนาศักยภาพของหน่วยงาน:หน่วยงานที่มาร่วมประชุมนี้ต่างก็ให้ความสำคัญในเรื่องการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนอย่างมาก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษาต่างก็มีกิจกรรมและแผนงานที่ส่งเสริมให้บุคลากรในหน่วยงานของตนเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนและประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มพูนทักษะด้านภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้านและการรวมกลุ่มเป็นประชาคมอาเซียน และการสร้างเครือข่ายกับอาเซียนระหว่างกัน นอกจากนี้ หลายหน่วยงานยังได้ปรับแผนการทำงานองค์กรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคตอันใกล้อีกด้วย เช่น การปรับโครงสร้างองค์กรให้มีผู้รับผิดชอบเรื่องอาเซียนโดยตรง เช่น การจัดตั้งศูนย์อาเซียนภายในหน่วยงาน การขยายความร่วมมือออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น

          3) การส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องอาเซียนแก่ประชาชน:หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมต่างก็ตระหนักถึงผลกระทบอันเกิดจากการรวมตัวเป็นประชาคม ที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในประเทศ กิจกรรมหลักอีกประการหนึ่งจึงเป็นเรื่องการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมอาเซียน เพื่อส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้านและการรวมตัวเป็นประชาคม กิจกรรมในลักษณะนี้ยังรวมถึงการให้บริการความรู้แก่ประชาชน/ชุมชน ในรูปแบบการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน การสอนภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาประเทศเพื่อนบ้าน

          แม้จะเป็นนิมิตหมายอันดีที่หน่วยงานทุกภาคส่วนตื่นตัวในเรื่องอาเซียนอย่างมาก แต่ที่ประชุมก็ได้กล่าวถึงปัญหาที่เป็นอุปสรรค์สำหรับประเทศไทยในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนด้วยเช่นกัน กล่าวคือ การขาดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารของชาวไทย ซึ่งถือว่าน่ากังวลและต้องเร่งแก้ไขและพัฒนาอย่างเป็นระบบ ปัญหาที่ประชาชนทั่วไปเข้าไม่ถึงแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านเกี่ยวกับการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนและผลกระทบที่อาจเกิดตามมา ทำให้ประชาชนบางส่วนมีทัศนคติด้านลบต่อการรวมตัวเป็นประชาคมและขาดโอกาสในการเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสมเพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

          การสัมมนาช่วงที่ 2 :ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้นำเสนอต่อที่ประชุมถึงหลักการและเหตุผลในการสร้างเครือข่ายอาเซียนศึกษาว่า ในระยะ 2-3 ปีมานี้ หน่วยงานทุกภาคส่วนตื่นตัวอย่างมากในเรื่องอาเซียน แต่การทำงานด้านอาเซียนของหน่วยงานเหล่านี้ยังขาดความเชื่อมโยงด้านข้อมูลและความร่วมมือระหว่างกัน ศูนย์อาเซียนศึกษาจึงมุ่งหวังที่จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จากหน่วยงานต่างๆ ในลักษณะของการสร้างเครือข่าย โดยศูนย์ฯ จะเน้นการสร้างเครือข่ายนักวิชาการและสถาบันวิจัยในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และสถาบันต่างๆ ในการทำวิจัยเรื่องอาเซียน  โดยในเบื้องต้นจะเน้นที่การรวบรวมข้อมูลเพื่อแบ่งปันและให้ภาคส่วนต่างๆ สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้เป็นลำดับแรก อย่างเช่น การทำลิงค์ (link) เชื่อมโยงเว็บไซต์ของเครือข่าย

          ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ซึ่งล้วนน่าสนใจและเป็นประโยชน์ยิ่งต่อข้อเสนอในการสร้างเครือข่ายอาเซียนศึกษา รายละเอียดโดยสังเขปดังต่อไปนี้

          ผู้แทนเทศบาลเมืองมหาสารคาม:นอกจากการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตแล้ว อาจใช้สถานีวิทยุ/โทรทัศน์ท้องถิ่นเป็นสื่อกลาง เพราะมีประชาชนรับรู้จากสื่อเหล่านี้มากที่สุด อีกทั้งเป็นการสื่อสารที่ง่ายและชัดเจน อีกทั้ง เสนอว่า เมื่อเรามีเครือข่ายแล้วขอให้มีกิจกรรมที่ทำร่วมกันที่ชัดเจน มีแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว และแบ่งภาระหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน

          ผู้แทนวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม: ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือควรจะมีศูนย์กลางหรือแม่ข่ายสำหรับเชื่อมแต่ละองค์กรในภูมิภาค เพื่อเชื่อมไปที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกที และควรมีช่องทางกลางเพื่อสื่อสารระหว่างองค์กรต่างๆ ด้วย

          ผู้แทนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม:ควรมีการพัฒนาวารสาร ซึ่งรวมงานวิจัย ผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวกับอาเซียน และอาจทำเป็นวารสารออนไลน์เพื่อให้ผู้ที่สนใจทั้งภายในและนอกประเทศเข้าถึงได้มากขึ้น

          ผู้แทนสมัชชาสุขภาพแอ่งสกลนคร: เสนอให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นศูนย์กลางเครือข่ายอาเซียนศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดโครงสร้างของฐานข้อมูลทั้งหมด แล้วเชื่อมโยงไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกทีหนึ่ง

                   รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และยุทธศาสตร์ต่างประเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น :ยินดีรับเป็นแม่ข่ายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงแม้ว่าอาจจะมีข้อจำกัดด้านคนและงบประมาณ เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีโครงการที่จะจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาอยู่แล้ว โดยภายในศูนย์ฯ ก็จะมีหน่วยงานย่อยๆ หลายหน่วย เช่น มีศูนย์ข้อมูลลาว ศูนย์ทางด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเป็นต้น โดยจะมีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และยุทธศาสตร์ต่างประเทศ เป็นผู้ประสานหลีกในศูนย์อาเซียนศึกษา

                   ผู้แทนมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด:เสนอว่าควรทำโครงสร้างเครือข่ายที่มีทั้งแนวดิ่งและแนวระนาบ แนวดิ่งคือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหน่วยงานแม่ข่ายในแต่ละภูมิภาค ส่วนแนวระนาบคือ หน่วยงานในเครือข่ายของแต่ละภูมิภาคต่างๆ และเชื่อมโยงกันด้วยข้อมูล/ข่าวสาร ฯลฯ

          ที่ประชุมได้สรุปว่า การสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษานั้น ยังคงมีภารกิจหลายอย่างที่ต้องดำเนินการต่อ แต่สิ่งที่จะสามารถดำเนินการได้ทันที คือการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานในเครือข่ายผ่านทางเว็บไซต์ และอีกเรื่องหนึ่งคือ การทำหน้าที่เป็น Think Tank ในการศึกษาข้อมูลเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับอาเซียน การประชุมในครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของศูนย์ฯ ในการเป็นเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานด้านอาเซียนของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งการระดมความเห็นเกี่ยวกับการสร้างเครือข่ายอาเซียนศึกษา ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยหวังว่ากิจกรรมเหล่านี้จะช่วยปูทางไปสู่การทำงานที่รอบด้านและมีความเชื่อมโยงระหว่างภาคส่วนต่างๆ ของประเทศไทยในการเตรียมสู่ประชาคมอาเซียนต่อไปในอนาคต 

 

 

อ่านหนังสือสรุปการประชุม ที่นี่

 

ภาพบรรยากาศ

 


จำนวนผู้เยี่ยมชม
630109

Online (15 minutes ago) : 23

เกี่ยวกับศูนย์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ริเริ่มตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้น ในช่วงปลายปี 2554 เพื่อเป็นกลไกหลักของการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน และเป็นศูนย์กลางในการศึกษาวิจัย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนสู่สาธารณชน รวมทั้งเป็นคลังสมองด้านอาเซียนศึกษา และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และบทบาทของไทยในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

ฝึกอบรมล่าสุด

ติดต่อเรา

ศูนย์อาเซียนศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อาคารโดมบริหาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 99 หมู่ 18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121

โทรศัพท์: 02-564-4444 ต่อ 1552-4

โทรสาร: 02-564-4444 ต่อ 1555