02-564-4444 ต่อ 1552-4  centerforaseanstudies@gmail.com

การประชุมเชิงวิชาการเพื่อสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษาในภาคใต้ หัวข้อ “เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน” วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ โรงแรมบุรีศรีภู บูติคโฮเต็ล จังหวัดสงขลา

         ผู้เข้าร่วมการประชุม : ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันศึกษา และประชาคมสังคม ที่ทำงานเกี่ยวกับอาเซียน จำนวน 100 คน

         สรุปผลการประชุม :การประชุมแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ การสัมมนาช่วงที่ 1 เป็นการนำเสนอกิจกรรม/หรือแผนงานในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ทราบถึงการทำงานด้านอาเซียนของหน่วยงานอื่นๆ และช่วงที่ 2 เป็นการหารือและระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษา

         การสัมมนาช่วงที่ 1 : หน่วยงานต่างๆ ได้นำเสนอต่อที่ประชุมเกี่ยวกับกิจกรรมที่ได้ทำมาและ/หรือแผนงานที่วางไว้สำหรับการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนในกรอบที่เกี่ยวข้องกับภาระงานของตน การนำเสนอในวาระนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานได้มีโอกาสเรียนรู้ ทำความรู้จักกับงานของหน่วยงานอื่นๆ อันจะนำไปสู่ความร่วมมือในลักษณะเครือข่ายด้านอาเซียนต่อไป

         สำหรับกิจกรรมหรือแผนงานด้านการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของหน่วยงานต่างๆ ในภาคใต้ที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ สามารถจัดหมวดหมู่ได้เป็น 3 ลักษณะหลักๆ ได้แก่

         1) กิจกรรมเชิงสถาบัน/กลไกของรัฐ 

         2) การพัฒนาศักยภาพภายในหน่วยงาน 

         3) การส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องอาเซียนแก่ประชาชน

      1) กิจกรรมเชิงสถาบัน/กลไกของรัฐ: หน่วยงานภาครัฐต่างๆ ได้ดำเนินกิจกรรมเชิงสถาบันเพื่อขับเคลื่อนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน อาทิ การจัดตั้งคณะทำงานในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนขององค์กรบริหารส่วนภูมิภาค รวมถึงการจัดการประชุมและเข้าร่วมประชุมระดับอาเซียนโดยเข้าหน้าที่รัฐระดับต่างๆ ในหัวข้อที่เกี่ยวกับภาระงานด้านอาเซียนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล นอกจากนี้มหาวิทยาลัยต่างๆ ในภาคใต้ ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมด้วยการเปิดหลักสูตรต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้นักศึกษามีความตระหนักรู้ถึงการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน เช่น การเปิดการเรียนการสอนรายวิชาการเมืองอาเซียน การเดินทางไปศึกษาดูงานในประเทศสมาชิกอาเซียนและยังมีความร่วมมือด้านอื่นๆ เช่น ความร่วมมือในการจัดการภัยพิบัติระหว่างไทย-มาเลเซีย ของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสงขลา

      2) การพัฒนาศักยภาพของหน่วยงาน: หน่วยงานที่มาร่วมประชุมนี้ต่างก็ให้ความสำคัญในเรื่องการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนอย่างมาก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษาต่างก็มีกิจกรรม แผนงาน การฝึกอบรม การพัฒนาหลักสูตรที่ส่งเสริมให้บุคลากรและนักเรียน นักศึกษาในหน่วยงานของตนเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนและประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มพูนทักษะด้านภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้านและการรวมกลุ่มเป็นประชาคมอาเซียน และการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนระหว่างกัน นอกจากนี้ หลายหน่วยงานยังได้ปรับแผนการทำงานองค์กรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคตอันใกล้อีกด้วย เช่น การปรับโครงสร้างองค์กรให้มีผู้รับผิดชอบเรื่องอาเซียนโดยตรง เช่น การจัดตั้งศูนย์อาเซียนในหน่วยงาน การขยายความร่วมมือออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น

      3) การส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องอาเซียนแก่ประชาชน:หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมต่างก็ตระหนักถึงผลกระทบอันเกิดจากการรวมตัวเป็นประชาคมที่เกิดขึ้นกับประชาชนในประเทศ กิจกรรมหลักอีกประการหนึ่งจึงเป็นเรื่องการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมอาเซียน เพื่อส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้านและการรวมตัวเป็นประชาคม กิจกรรมในลักษณะนี้ยังรวมถึงการให้บริการความรู้แก่ประชาชน/ชุมชน ในรูปแบบของการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน การสอบภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาปะเทศเพื่อนบ้าน

      อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้กล่าวถึงปัญหาที่เป็นอุปสรรคสำหรับประเทศไทยในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนด้วยเช่นกัน กล่าวคือ การขาดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารของชาวไทย ซึ่งถือว่าน่ากังวลและต้องเร่งแก้ไขและพัฒนาอย่างเป็นระบบ ประเด็นเรื่องทัศนคติของคนไทยต่อประเทศเพื่อนบ้านและปัญหาที่ประชนทั่วไปเข้าไม่ถึงแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านเกี่ยวกับการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนและผลกระทบที่อาจเกิดตามมา รวมทั้งข้อเสียเปรียบในด้านกฎหมายภายในประเทศของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคโลจิสติกส์ของไทย การยกระดับภาคบริการให้มีมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น และความท้าทายใหม่ เช่น ปัญหาการอพยพเข้ามาของชาวโรฮิงญาเพื่อไปยังประเทศปลายทางคือประเทศมาเลเซีย ทั้งนี้ ประเด็นปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เพื่อให้ประชาชนมีความที่จะรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนแล้ว

         การสัมมนาช่วงที่ 2 :ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้นำเสนอต่อที่ประชุมถึงหลักการและเหตุผลในการสร้างเครือข่ายอาเซียนศึกษาว่า ในระยะ 2-3 ปีมานี้ หน่วยงานทุกภาคส่วนตื่นตัวอย่างมากในเรื่องอาเซียน แต่การทำงานด้านอาเซียนของหน่วยงานเหล่านี้ยังขาดความเชื่อมโยงด้านข้อมูลและความร่วมมือระหว่างกัน ศูนย์อาเซียนศึกษาจึงมุ่งหวังที่จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จากหน่วยงานต่างๆ ในลักษณะของการสร้างเครือข่าย โดยศูนย์ฯ จะเน้นการสร้างเครือข่ายนักวิชาการและสถาบันวิจัยในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และสถาบันต่างๆ ในการทำวิจัยเรื่องอาเซียน โดยในเบื้องต้นจะเน้นที่การรวบรวมข้อมูลเพื่อแบ่งปันและให้ภาคส่วนต่างๆ สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้เป็นลำดับแรก อย่างเช่น การทำลิงค์ ( Link) เชื่อมโยงเว็บไซต์ของเครือข่าย

         ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ซึ่งล้วนน่าสนใจและเป็นประโยชน์ยิ่งต่อข้อเสนอในการสร้างเครือข่ายอาเซียนศึกษา รายละเอียดโดยสังเขปดังต่อไปนี้

      ผู้แทนมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ :เสนอให้มีการจัดแผนแม่บท อาจจะเป็นระยะ 3 หรือ 5 ปี เพื่อเป็นการวางแผนกลยุทธ์ที่จะร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นขั้นพื้นฐาน

      ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย :เสนอให้มีการจัดทำเว็บไซต์ เกี่ยวกับอาเซียน เนื่องจากเป็นวิธีการที่ง่ายและไม่ต้องใช้งบประมาณมาก และยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับเว็บไซต์อื่นๆ ได้อีกด้วย

      ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ : เสนอให้มีการฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับอาเซียน เนื่องจากมีบางหน่วยงานมีความต้องการที่จะส่งเสริมความรู้ด้านอาเซียนแก่บุคลากรในหน่วยงานของตน

         รองคณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ :เสนอให้มีการจัดไปศึกษาดูงาน เนื่องจากเห็นว่าการไปศึกษาดูงานนั้นจะได้ประโยชน์มากกว่าการฟังบรรยาย โดยการศึกษาดูงานดังกล่าว ให้เน้นวิชาการในความรู้พื้นฐานของประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ รวมทั้งเสนอให้มีการร่วมมือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็งผ่านการร่วมมือกับภาครัฐ ฯลฯ

      การประชุมในครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของศูนย์ฯ ในการเป็นเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานด้านอาเซียนของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งการระดมความเห็นเกี่ยวกับการสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนจะช่วยปูทางไปสู่การทำงานที่รอบด้านและมีความเชื่อมโยงระหว่างภาคส่วนต่างๆ ของประเทศไทยในการเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนต่อไปในอนาคต

 

อ่านหนังสือสรุปการประชุม ที่นี่

 

ภาพบรรยากาศ

 


จำนวนผู้เยี่ยมชม
596351

Online (15 minutes ago) : 19

เกี่ยวกับศูนย์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ริเริ่มตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้น ในช่วงปลายปี 2554 เพื่อเป็นกลไกหลักของการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน และเป็นศูนย์กลางในการศึกษาวิจัย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนสู่สาธารณชน รวมทั้งเป็นคลังสมองด้านอาเซียนศึกษา และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และบทบาทของไทยในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

ฝึกอบรมล่าสุด

ติดต่อเรา

ศูนย์อาเซียนศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อาคารโดมบริหาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 99 หมู่ 18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121

โทรศัพท์: 02-564-4444 ต่อ 1552-4

โทรสาร: 02-564-4444 ต่อ 1555