02-564-4444 ต่อ 1552-4  centerforaseanstudies@gmail.com

ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ วิทยาลัยประชาคมอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

จัดงานสัมมนา หัวข้อ " ไทยเปิดแนวรุก บุก AEC "

ประเทศอาเซียนโดยเฉพาะที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่มีศักยภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดี เป็นโอกาสของการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจซึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการเชื่อมโยงทางถนนทั้งด้านการค้า การลงทุน การบริการ การท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ ประเทศไทยมีถนนและโครงสร้างพื้นฐานทั้งในประเทศและเส้นทางเชื่อมโยงได้ทุกประเทศในแผ่นดินใหญ่อาเซียน อีกทั้งมีด่านชายแดนทั้งด่านถาวร/ด่านสากล และมีจุดผ่อนปรนอีกหลาย แห่ง มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งถนนและสะพานทำให้เมืองหลักของประเทศเพื่อนบ้านสามารถขนส่งสินค้าถึงได้ภายใน 12 ชั่วโมง (จากชายแดนไทย)

ภาคธุรกิจ-เอกชน โอกาสขึ้นอยู่กับการเข้าถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ AEC โดยเฉพาะประเทศ “CLMV” และประเทศมาเลเซีย จำเป็นที่จะต้องเข้าใจปัจจัยทั้งด้านเศรษฐกิจ-การเมือง การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบและวัฒนธรรมเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ที่จะใช้ประโยชน์ของการมีโครงสร้างพื้นฐานและการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์

สำหรับภาครัฐ กลยุทธ์เกี่ยวข้องกับการจัดการความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและความมั่นคง รวมทั้งการผลักดันการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและการอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยเฉพาะการยกระดับด่านชายแดนที่สำคัญซึ่งเป็นการเชื่อมโยงประตูเศรษฐกิจ ทั้งภายใต้ระเบียง

เศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก และระเบียงเศรษฐกิจใต้ รวมทั้งการผลักดันการบริหารจัดการการลงทุนและการส่งเสริมเมืองเศรษฐกิจชายแดนจะต้องมีแผนการดำเนินงานจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการ มีโรดแมปที่ชัดเจนมีความต่อเนื่องและต้องมีการบูรณาการภาครัฐ-เอกชน-ท้องถิ่นทั้งของไทยและประเทศเพื่อนบ้านโดยจะต้องให้ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงโอกาสของการพัฒนา  ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ วิทยาลัยประชาคมอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เห็นถึงความความสำคัญของจังหวัด พิษณุโลก จึงได้จัดโครงการ TU-ASEAN Forum ส่วนภูมิภาค  หัวข้อ “ไทยเปิดแนวรุก บุก AEC” ขึ้น  โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรในการสัมมนาช่วงที่ 1: ไทยเปิดแนวรุก บุก AEC  นายแพทย์ปราโมทย์ นิลเปรม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ พิษณุโลก ดร.ธนิต  โสรัตน์  อดีตรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สายงานเศรษฐกิจ และโลจิสติกส์ และคุณธเนศ วรศรัณย์ ที่ปรึกษาประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการสัมมนาช่วงที่ 2: พิษณุโลกเส้นทางเศรษฐกิจสู่ประเทศเพื่อนบ้านและการค้าชายแดน  วิทยากร ผู้แทนจากหอการค้าจังหวัดพิษณุโลกและผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก

              ประเทศไทยถือว่ามีทําเลที่ตั้งอยู่ในจุดซึ่งเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ มีพื้นที่เชื่อมต่อกับประเทศสมาชิกหลายประเทศ โดยทางด้านทิศเหนือ และตะวันตก ติดต่อกับเมียนมาร์ตะวันออกติดกับ สปป.ลาว และกัมพูชา ทิศใต้ติดกับมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่ดีสําหรับด้านโลจิสติกส์ที่นอกจากจะเชื่อมต่อไปประเทศเพื่อนบ้านได้แล้วยังเชื่อมไปยังประเทศที่ 3 อย่าง จีน อินเดีย เวียดนาม สิงคโปร์และประเทศอื่นๆ ได้อีกด้วย ในขณะเดียวกันสินค้าหลายชนิดของประเทศไทย ก็เป็นที่ยอมรับจากทั้งในอาเซียนและทั่วโลกเพราะคุณภาพ มาตรฐาน ของสินค้าที่มีภาพลักษณ์ที่ดีทําให้ได้รับความนิยมในประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างมาก จึงไม่แปลก หากได้เดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านแล้วจะเห็นสินค้าไทยหลายชนิดวางจําหน่ายอยู่ในชั้นวางของตามร้านค้าต่างๆ โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าอุปโภค บริโภคโดยเฉพาะอาหาร และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ได้รับความนิยมมาก

หากกล่าวถึงด้านการท่องเที่ยว ประเทศไทยถือได้ว่าเป็น Global Hub ที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก และมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งหากมีการพัฒนาโดยเชื่อมโยงกับการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่ง (Logistic) แล้ว จะเป็นการเพิ่มโอกาสทางด้านเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยอย่างมหาศาล ทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสในการนำเข้า-ส่งออก ระหว่างประเทศอาเซียนบน Mainland หรือภาคพื้นทวีป การค้าชายแดนจะทวีมากขึ้นเรื่อยๆ

             ด้านการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (medical hub) ประเทศไทยได้กลายเป็นหนึ่งใน World Medical Hub และยังเป็น Medical Hub of AEC อีกด้วย โดยไทยมียุทธศาสตร์เชิงรุกในการบุกตลาดทางการแพทย์ ทั้งการสร้างศูนย์การแพทย์และการบริหาร การให้การศึกษา บริการด้านสุขภาพและความงาม รวมถึงการส่งออกยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งมีการริเริ่มแนวคิด การส่งเสริมให้ไทยเป็น Medical Tourism ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และ Medical Value หรือค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ของไทยต่ำกว่าสหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์มาก

              ดังนั้น ประเทศไทยควรอาศัยข้อได้เปรียบจากการเป็นจุดศูนย์กลางทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ของอาเซียนในการเดินเกมรุกบนเวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ท้องถิ่นเข้ากับยุทธศาสตร์ชาติ และพัฒนาเศรษฐกิจไทยจากระดับจุลภาคสู่ระดับมหภาคเพื่อความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยและความก้าวไกลร่วมกันของชาติต่างๆ ในประชาคมอาเซียนต่อไป      

ภาพบรรยากาศ

ดาวน์โหลดไฟล์ คุณหมอปราโมทย์ นิลเปรม

ดาวน์โหลดไฟล์  ดร.ธนิต โสรัตน์

ดาวน์โหลดไฟล์  นายธเนศ วรศรัณย์


จำนวนผู้เยี่ยมชม
630849

Online (15 minutes ago) : 14

เกี่ยวกับศูนย์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ริเริ่มตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้น ในช่วงปลายปี 2554 เพื่อเป็นกลไกหลักของการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน และเป็นศูนย์กลางในการศึกษาวิจัย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนสู่สาธารณชน รวมทั้งเป็นคลังสมองด้านอาเซียนศึกษา และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และบทบาทของไทยในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

ฝึกอบรมล่าสุด

ติดต่อเรา

ศูนย์อาเซียนศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อาคารโดมบริหาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 99 หมู่ 18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121

โทรศัพท์: 02-564-4444 ต่อ 1552-4

โทรสาร: 02-564-4444 ต่อ 1555